ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับจะเร่งแก้ปัญหาเงินกู้ ช.พ.ค.ให้กับครูทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางเยี่ยวยาผู้ที่มีปัญหาการผ่อนชำระด้วยการขอพักชำระหนี้ จัดหาเงินกองทุนช่วยเหลือกรณีพิเศษ จนถึงอาจจะหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ไปปิดหนี้เดิม ที่ไม่ใช่เป็นการเพิ่มยอดเงินกู้ใหม่ ขณะที่ตัวแทนครูที่ร้องเรียน ก็ขอให้ตรวจสอบการหักเบี้ยประกันล่วงหน้าที่อ้างว่าเป็นประกันสินเชื่อ แต่ความจริงเป็นประกันอุบัติเหตุทั่วไปด้วยว่าชอบธรรมหรือไม่

วันนี้ตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 50 คนจากทั่วประเทศ ได้เดินทางไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เข้าพบกับรองศาสตราจารย์นายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้หาทางช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ที่ไปกู้ยืมเงิน ช.พ.ค. ในโครงการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือสกสค. ที่พบความจริงภายหลังว่า เป็นการบังคับให้ทำประกันล่วงหน้าในสัญญากู้ยืมเงินกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในวงเงินที่สูง แล้วอ้างว่าเป็นการประกันสินเชื่อ ทั้งที่มีการตรวจสอบพบว่า เป็นเพียงประกันอุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทางสถาบันการเงินได้หักเบี้ยประกันล่วงหน้าไปจากวงเงินกู้ แล้วมาคำนวณเอาดอกเบี้ยกับผู้กู้อีกต่อหนึ่งด้วย

ซึ่งก็พบว่าขณะนี้ มีครูและบุคลากรทางการศึกษา หลายคนไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ทันจึงถูกคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่สูงเต็มเพดานและบางส่วนก็ถูกทางสถาบันการเงินฟ้องดำเนินคดี จนไม่มีสมาธิสอนหนังสือ ซึ่งผู้ที่แพ้คดีจะนำไปสู่การยึดทรัพย์สินทั้งหมดด้วย

ทางด้านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยอมรับว่า ขณะนี้ครูที่ไปกู้เงินก้อนนี้มีปัญหามาก และรู้สึกเห็นใจเพราะบางส่วนไม่ได้เข้าใจเงื่อนไขสัญญา โดยจากนี้ไปจะหารือกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้องให้จัดหาเงินจากกองทุนช่วยเหลือครูก่อน ให้สามารถกู้ยืมเงินไปชำระหนี้เก่ากับทางสถาบันการเงินเดิมก่อนได้หรือไม่

รวมทั้งอาจจะหารือกับทางสถาบันการเงินเดิมด้วยว่าอาจให้มีการพักชำระหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น ให้ครูได้มีภาระนี้สินน้อยลง

ส่วนกรณีการทำประกันภัยนั้น ทางปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็แนะนำว่า อาจจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการธุรกิจประกันภัยหรือคปภ.หารือกับทางบริษัทผู้รับประกันว่า มีจะสามารถช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการฟ้องดำเนินคดีก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องดำเนินไปตามขั้นตอน

ที่มาhttp://www.kroobannok.com/75033